องค์การบริหารส่วนตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี
 
 
จำนวนผู้เข้าชม
จำนวน คน
ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2564
 
ประวัติและความเป็นมา

——...ประวัติความเป็นมาตำบลหัวหว้า...—

          สมัยพุทธศาสนาเริ่มเข้าสู่ประเทศไทย ได้นำต้นพระโพธิ์ศรีมหาโพธิที่พุทธคยาประเทศอินเดีย พ.ศ. 300 เมื่อวัดนั้นทรุดโทรมไปคงเหลือแต่ต้นโพธิ์ เมื่อต้นกรุงรัตนโกสินทร์ได้มีชาวพวนและโซ่งอพยพจากประเทศลาว เข้ามาตั้งถิ่นฐานและบุกเบิกประกอบอาชีพอุตสาหกรรมเป็นส่วนมาก ขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาษาพูดซึ่งยังใช้ภาษาลาวพวน ปัจจุบันได้ปรับขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาคกลาง จนเป็นเอกลักษณ์ ไทย-พวน ซึ่งอาศัยอยู่ในตำบลหัวหว้า นอกจากนั้นยังมีหลักฐานโบราณคดีว่าเป็นดินแดนซึ่งมีวัฒนธรรม และวิชาการเกี่ยวกับการเกษตรมาแล้วในอดีต มีหลักฐานเมื่อหลายพันปีมาแล้ว คือ สระน้ำโบราณ กว้าง 23 เมตร ลึก 2 เมตร

ประวัติความเป็นมาของแต่ละหมู่บ้าน จำนวน 17 หมู่บ้าน

                    หมู่ที่ 1  บ้านหัวหว้า

                                     -วิถีชีวิตไทย-พวน ลำพวน นิยมกินปลาร้า (คนไทย) คนพวนเรียกปลาแดก เผาข้าวหลามไปถวายพระ เนื่องในงานบุญข้าวหลาม (วันมาฆบูชา) และกวนกระยาสารทในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา

                                     -ภูมิปัญญาของชาวบ้าน

                                                อาจารย์ไฉน  โอบอ้อม เป็นหมอต่อกระดูก เป่าน้ำมันงา

                        หมู่ที่ 2,3,15 บ้านเกาะสมอ

                                    - วิถีชีวิตบ้านเกาะสมอมีลักษณะเป็นที่ราบลุ่ม และเป็นทุ่งนา ลักษณะบ้านเรือนที่ปลูกอาศัยจะสร้างอยู่ใกล้ๆกัน แยกกันชัดเจนกับพื้นที่นา สวน ที่ดินทำกิน ประชากรส่วนใหญ่ของหมู่บ้านมีอาชีพทำการเกษตร เช่น ทำนา ทำสวน                  

                                    เดิมมีอาชีพทำนาเป็นหลัก มีร่องน้ำไหลขนาดใหญ่ มีเรือสินค้า บรรทุกข้าวสาร และมีเรือสำเภามาแลกเปลี่ยนสินค้า ชาวบ้านจะนำสินค้ามาโดยบรรทุกเกวียน บางคนก็แบกหาม บริเวณที่แลกเปลี่ยนสินค้าคือ บริเวณร่องน้ำไหล อยู่บริเวณสวนสุขภาพ หมู่ที่ 15 ในปัจจุบัน แต่คลองหรือที่เรียกร่องน้ำไหลขนาดใหญ่นั้น ที่เห็นอยู่ปัจจุบัน คงสภาพแค่คลองเล็กๆ และการประกอบอาชีพสมัยก่อน ใช้ครกตำข้าว ใช้เครื่องสีข้าวโบราณ เดินทางใช้วัวควายเทียมเกวียน การลงแขกช่วยแรงทำนา คนเกาะสมอมักชอบทำการค้าขาย เห็นได้ว่าชุมชนหน้าวัด คงมีสภาพห้องแถวตลาดเก่าให้เห็น

                                     - ภูมิปัญญาชาวบ้าน  นายสามารถ  นาครอง อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 เป็นหมอรักษาโรคงูสวัด

                        หมู่ที่ 4 บ้านหายโศก

                                    - ประวัติความเป็นมา แต่เดิมหมู่บ้านนี้มีความอุดมสมบูรณ์ ด้วยข้าวปลาอาหาร เหลือกินเหลือใช้ ปลาที่เหลือกินก็ทำปลาร้าจนล้นไห ต่อมาเกิดปัญหา ข้าวปลาอาหารไม่สมบูรณ์เหมือนแต่ก่อน เปรียบว่าไหยังโศกเศร้า จึงพากันเรียกบ้านนี้ว่า บ้านไหโศก ต่อมาก็เพี้ยนเป็น บ้านหายโศก เช่นทุกวันนี้

                        หมู่ที่ 5,6 บ้านหัวซา

                                    - ประวัติความเป็นมา เดิมทีชาวบ้านหัวซาเป็นไทยพวนอพยพมาจากนครเวียงจันทน์เมืองลาว โดยการนำของพระแก้วการณรงค์มาอยู่บ้านเรือ มีน้ำอุดมสมบูรณ์ดี อยู่มาไม่นานเกิดโรคภัยไข้เจ็บล้มตายอยู่บ่อยๆ พระแก้วการณรงค์จึงพาย้ายมาทางทิศตะวันออก ประมาณ 2 กิโลเมตร ปรากฏว่าโรคภัยไข้เจ็บเบาลง หรือภาษาไทยพวนพูดว่า “ซาลง” จึงตั้งชื่อว่า “บ้านหัวซา” อยู่มามีความสุขสบายใจก็สร้างวัดหัวซาให้ลูกหลานได้เล่าเรียนหนังสือ ได้รับการศึกษามีงานทำเป็นข้าราชการมากที่สุดหมู่บ้านหนึ่ง มีการปกครองแบ่งหมู่บ้านเป็น 2 หมู่บ้าน ทางทิศตะวันตกเป็นหัวซา หมู่ที่ 6 ทางทิศตะวันออกเป็น บ้านหัวซา หมู่ที่ 5

                                    - ภูมิปัญญาชาวบ้าน นายสุนทร เชาวนะพานิช (กลุ่มสมุนไพรเพื่อการศึกษาและแพทย์แผนไทย)

                        หมู่ที่ 7 บ้านหนองกาน้ำ

                                    - ประวัติบ้านหนองกาน้ำ เดิมมีหนองน้ำขนาดใหญ่ มีฝูงกาจำนวนมากมาอาศัยบริเวณหนองน้ำ เพื่อหากินปลา ชาวบ้านจึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “หนองกาน้ำ” มีพื้นที่ราบลุ่ม ส่วนใหญ่เป็นป่าและทุ่งนา ประชากรส่วนใหญ่ ทำนา ปลูกมันสำปะหลัง ปลูกต้นยูคาลิปตัส และทำสวนมะม่วง และมีภาษาพูดที่คล้ายกับภาษาอีสาน ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

                        หมู่ที่ 8 บ้านหนองหูช้าง

                                    - ประวัติความเป็นมาบ้านหนองหูช้าง เดิมเล่าว่ามีสองตายาย และลูกหลานกลุ่มหนึ่งได้ย้ายถิ่นฐานมาจากบ้านไผ่ ตำบลหนองแสง อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ได้มาจับจองที่ดินบริเวณแห่งนี้ทำมาหากิน คือ นายชาลี และนางบู่ มีชัย ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มตั้งหมู่บ้านหนองหูช้างขึ้นมา ปัจจุบันสองตายายได้เสียชีวิตไปแล้ว

                                    - ผลิตภัณฑ์ของชุมชนที่น่าสนใจได้แก่ ตะกร้าจักสาน ปลาดุก ไข่เป็ด-ไก่ ผักสวนครัว และน้ำดื่มบรรจุ ขวด/ถัง

                                    - ศิลปะ วัฒนธรรม/ภูมิปัญญาท้องถิ่น วงดนตรีไทย (อังกะลุง) วิถีชีวิตไทยพวน

                        หมู่ที่ 9 บ้านหนองปรือน้อย

                                    - ประวัติความเป็นมา เดิมบ้านหนองปรือน้อย เมื่อประมาณ 100 กว่าปีที่ผ่านมา มีนายฝาน นายหย่อม นายหรั่ง และเพื่อนๆอีกจำนวนหนึ่ง ได้เข้ามาจับจองที่อยู่และที่ดินทำกิน และบริเวณที่ดินนั้นมีหนองน้ำที่เต็มไปด้วยต้นปรือ ซึ่งในหนองน้ำแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์ มีน้ำใช้ตลอดทั้งปี เหมาะแก่การประกอบอาชีพเกษตรกรรม จึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านนี้ว่า “บ้านหนองปรือน้อย” และต่อมาในปี พ.ศ.2500 ชาวบ้านได้ช่วยกันสร้างโรงเรียนบ้านหนองปรือน้อย ขึ้นมาเพื่อให้ความรู้แก่ชาวบ้าน

                                    - มีลักษณะเป็นที่ราบสูงส่วนใหญ่ และที่ราบลุ่มเล็กน้อย จึงเหมาะแก่การทำไร่ และทำนา

                                    - วิถีชีวิตไทยพวน มีวงกลองยาว และมีการจักสานเข่งขนมจีนไม้ไผ่ และเสื้อผ้าที่รับมาตัดเย็บแบบสำเร็จรูป

                        หมู่ที่ 10 บ้านหนองนก

                                    - ประวัติความเป็นมา บ้านหนองนกมีลักษณะเด่นคือ มีหนองน้ำใหญ่อยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่หากินของสัตว์หลายชนิด ซึ่งหมู่ที่ 10 นี้ได้แยกหมู่บ้านมาจากหมู่ที่ 9 หนองปรือน้อย

                        หมู่ที่ 11 บ้านหนองระเนตร

                                    - บ้านหนองระเนตร เดิมชื่อว่าบ้านหนองตาเนตร เพราะตาเนตรหรือนายเนตร เป็นผู้มาอยู่ก่อน และเป็นผู้อาวุโส และตาเนตรเป็นเจ้าของหนองน้ำแห่งนี้ ต่อมานายเนตร ได้หายสาบสูญไม่มีใครรู้

ชาวบ้านจึงเรียก หมู่บ้านนี้ว่า บ้านหนองระเนตร (ระ คือ จากไป) ตั้งแต่นั้นมา โดยมีนายคำต๊ะ บุญศักคิ์เดช เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก ในหมู่บ้านมีการแบ่งออกเป็น 4 คุ้มคือ

                                    1. คุ้มหน้าวัด

                                    2. คุ้มหลังวัด

                                    3. คุ้มโพธิ์งาม

                                    4. คุ้มอ่างหิน

                        หมู่ที่ 12 บ้านโคกอุดมดี (ปรือวาย)